Contact us on +668 4668 1993 or aspasign2020@gmail.com

PLANB ปรับธุรกิจสู่ออนไลน์ รับโฆษณานอกบ้านกระทบเชื่อฟื้นตัวครึ่งปีหลัง

PLANB ปรับธุรกิจสู่ออนไลน์ รับโฆษณานอกบ้านกระทบเชื่อฟื้นตัวครึ่งปีหลัง
May 3, 2020 dhammarong

นางสาวรตินันทน์ วงศ์วัชรานนท์ หัวหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บมจ.แพลนบี มีเดีย (PLANB) เปิดเผยกับ “อินโฟเควสท์” ว่า บริษัทฯ ปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจใหม่ โดยได้ Diversify ธุรกิจไปทางอื่นมากขึ้น โดยเฉพาะบนออนไลน์ ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้มีการเปิดตัวเกมมือถือ “SAMKOK MOE” เกม RPG รูปแบบสามก๊กสไตล์โมเอะ ภายใต้ความร่วมมือกันระหว่าง Plan B Game และ Penguin Knight Co.,Ltd จึงมองว่าในอนาคตการทำธุรกิจของบริษัทฯ จะหันไปมุ่งเน้นที่สื่อออนไลน์ เกมออนไลน์ หรือ Activity ต่างๆ มากขึ้น

อย่างไรก็ตามปัจจุบันยังเป็นช่วงของการเริ่มรุกตลาดออนไลน์ โดยเริ่มจากตลาดเกมก่อน ทำให้มองว่าสัดส่วนรายได้ปีนี้น่าจะยังไม่เห็นการเติบโตมากนัก ซึ่งสัดส่วนรายได้หลักๆ ของบริษัทฯ ยังคงมาจากธุรกิจสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัย (Out Of Home : OOH)

“เป้าหมายหลัก คือ เราต้องการ diversify ธุรกิจของเรา ซึ่ง Online Media ก็เป็นอีกหนึ่ง Opportunity ที่มีการเติบโตสูง โดยมองว่าเป็นกลยุทธ์ใหม่ที่จะทำให้เราสามารถเติบโตได้ในมีเดีย”

นางสาวรตินันทน์ กล่าว

ส่วนธุรกิจสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัย (Out Of Home : OOH) บริษัทฯ ยอมรับว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบกับ PLANB เนื่องจากลูกค้าที่ต้องการโฆษณาผ่านจอดิจิทัล (Digital LED) และป้ายนิ่ง (Static) ลดลง รวมถึงกิจกรรมทางการตลาด (event) ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น BNK48 หรือการแข่งขันโอลิมปิกโตเกียว 2020 ที่ถูกเลื่อนออกไป แต่เชื่อมั่นว่าภายหลังจากสถานการณ์ดังกล่าวคลี่คลายไปได้ และประชาชนเริ่มออกนอกบ้านกันมากขึ้น ลูกค้าน่าจะกลับมาใช้บริการสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัยได้ตามเดิม

โดยกลยุทธ์การดำเนินงานของ OOH ปีนี้ บริษัทฯ จะไม่มีการลงทุนการขยาย Capacity ของ OOH เนื่องจากจะมุ่งเน้นการลดต้นทุน รวมถึงภายหลังจากการจับมือกับ VGI และ MACO บริษัทฯ ก็มีความไว้วางใจจากลูกค้ามากขึ้น และมี Banner ที่จะเสนอให้กับลูกค้าได้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ทำให้บริษัทฯ มองไปถึงประสิทธิภาพของการขาย Banner Package มากกว่า

นางสาวรตินันทน์ กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/63 บริษัทฯ มั่นใจว่ายังมีความสามารถในการทำกำไร แม้ในช่วงเดือนเม.ย.63 ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างนัยสำคัญ แต่คาดว่าน่าจะฟื้นตัวดีขึ้นได้ในช่วงเดือนพ.ค.-มิ.ย.63 หลังจากรัฐบาลเตรียมปลดล็อกดาวน์ โดยในที่สุดห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ จะเริ่มกลับมาเปิดให้บริการได้ และน่าจะตามมาด้วยอีกหลายธุรกิจ โดยมองในครึ่งปีหลังนี้น่าจะกลับมาเป็นปกติ

“เรามองว่าหลังโควิด-19 จบ คนจะออกจากบ้านมากขึ้น ซึ่ง Out Of Home Media จะเป็นหนึ่งทางเลือกที่ทางผู้ประกอบการขนาดใหญ่ยังเลือกอยู่ ขณะเดียวกันก็มองว่างบการตลาดที่ยังไม่ได้ใช้ในครึ่งปีแรกก็จะมีการใช้งบการโฆษณาในครึ่งปีหลังนี้”

นางสาวรตินันทน์ กล่าว

ขณะที่การให้บริการสื่อโฆษณา ณ จุดขาย (Retail Media) ภายในร้าน 7-11 เดิมตั้งเป้าขยายพื้นที่ให้บริการในปีนี้ไว้ที่ 1,500 สาขา แต่ด้วยสถานการณ์ฯ ทำให้เกิดการล่าช้าไปบ้าง แต่บริษัทยังมั่นใจว่าจะทำให้ได้ 1,000 สาขาในปีนี้ โดยหลักจะมีการโฆษณาทั้งหมด 3 จุดใน 1 สาขา

พร้อมกันนี้เป้าหมายทั้งปี บริษัทยืนยันว่ารายได้จะเติบโตกว่าปีก่อน แม้จะเตรียมพิจารณาปรับลดเป้าหมายรายได้ในปีนี้ลง เป็นเติบโตในระดับตัวเลขหลักเดียว จากเดิมที่คาดเติบโตเป็นตัวเลขสองหลัก เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ดังกล่าว ประกอบกับยืนยันว่าบริษัทฯ ก็ยังมีความสามารถในการทำกำไรอยู่ จากการควบคุมต้นทุน และยังมี Contact ลูกค้าอยู่ รวมถึงสภาพคล่องทางการเงินของบริษัทฯ ยังคงแข็งแกร่งมาก จากปัจจุบันมีเงินสดในมือราว 1,000 ล้านบาท และไม่มีหนี้สิน

นอกจากนี้มองอุตสาหกรรมสื่อ OOH จากนี้น่าจะยังมีการเติบโตได้อยู่ เนื่องจากอัตราการเติบโตยังอยู่ในระดับที่ไม่ได้สูงมาก หรือประมาณ 12-13% เมื่อเทียบกับมีเดียทั่วประเทศ มองว่าเทรนในอนาคต OOH กับสื่อออนไลน์ ในอนาคตจะเติบโตกว่าสื่อดั้งเดิม

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 เม.ย. 63)

 

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล : infoquest.co.th