Contact us on +668 4668 1993 or aspasign2020@gmail.com

แรงทะลุแถบเซนเซอร์! ถอดรหัส ‘The Art of Censorship’ แผนโปรโมทสุดแสบที่ปิดชื่อ ‘โรงเรียน’ แต่เปิดบทสนทนาสนั่นโซเชียล!

แรงทะลุแถบเซนเซอร์! ถอดรหัส ‘The Art of Censorship’ แผนโปรโมทสุดแสบที่ปิดชื่อ ‘โรงเรียน’ แต่เปิดบทสนทนาสนั่นโซเชียล!
February 22, 2026 dhammarong

 

การกลับมาของ “แนนโน๊ะ” ในซีรีส์ ‘เด็กใหม่ The Reset’ ครั้งนี้ไม่ได้แค่เปิดเทอมใหม่ แต่เปิด Playbook การตลาดที่ชาญฉลาดจนต้องจดบันทึก เมื่อผู้สร้างอย่าง Gingerx (จิงเจอซ์) จับมือกับเอเจนซี่โฆษณาระดับโลกอย่าง SOUR Bangkok ปล่อยแคมเปญ OOH ที่ไม่ได้มาแค่โปรโมท แต่มาพร้อมกลยุทธ์ที่เข้าใจ ‘จริต’ และ ‘Insight’ ของคนไทยจนถึงกระดูก

 

“6 ตอน 6 ประเด็น” เมื่อบิลบอร์ดกลายเป็นกระสุนสังคม

แทนที่จะใช้ Key Visual หรือภาพนักแสดงสวยๆ แบบเดิมๆ แคมเปญนี้เลือกทิ้ง บอมบ์เฮดไลน์ข่าว กลางเมือง ผ่านบิลบอร์ดทั่วกรุงเทพฯ ด้วยข้อความที่กระแทกหน้าอย่าง “นักเรียนโรงเรียน XXX โดนแอบถ่าย ครูลั่นเหยื่อแต่งตัวไม่เหมาะสม” หรือ “ลือหึ่ง ผอ.โรงเรียน XXX สนับสนุนนักเรียนหญิงเปิดช่อง 18+” – ทุกเฮดไลน์เล่นกับประเด็นร้อนที่เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย ตั้งแต่บูลลี่ โกงจนตึกถล่ม แก๊งแอบถ่าย ไปจนถึงอินฟลูทัวร์ลงและการเลือกตั้งที่พิรุธ

Insight-Driven Strategy ที่อยู่หมัดสนิท

ความฉลาดของแคมเปญนี้คือการทำ Real-time Marketing ที่จับ News Cycle หรือข่าวฉาวรายวันที่คนไทย “อิน” มาแปรเป็น Headline ที่ดึงดูดสายตา นี่คือ Perfect Timing ในการโปรโมทที่พูดภาษาเดียวกับสังคมในขณะนี้ เพราะจักรวาลซีรีส์เด็กใหม่มี DNA ของการหยิบเหตุการณ์จริงมาเล่าเรื่องอยู่แล้ว

The Art of Curiosity ยิ่งปิด ยิ่งดัง

ลูกเล่นที่แรงที่สุดคือการใช้ “แถบเซนเซอร์” ปิดชื่อโรงเรียน 6 แห่ง แต่สร้างแรงกระเพื่อมได้กว้างอย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้ผู้คนเกิดความสงสัยว่าชื่อโรงเรียนทีปิดไว้ มันไปตรงกับข่าวจริงอันไหน โรงเรียนไหนกันนะ ยิ่งไปเพิ่มไปต่อบทสนทนาให้กับเมสเสจบนบิลบอร์ด

มันคือการใช้ Psychological Trigger ที่วางไว้อย่างชาญฉลาด เพราะในเชิงจิตวิทยา “ยิ่งปิด ข้อมูลนั้นยิ่งมีมูลค่า” การเซนเซอร์กลับทำให้เนื้อหา ‘คลับคล้ายคลับคลา’ กับข่าวฉาวที่เกิดขึ้นจริงในทุกหนแห่ง คนจึงรู้สึกว่ามันเกิดขึ้นได้ทุกที่… ที่โรงเรียนคุณ หรือกระทั่งประเทศของคุณ! ยิ่งกระตุกต่อมอยากรู้ของโซเชียลมากขึ้น

Contextual Placement OOH ที่พูดคุยกับพื้นที่

การวาง Out-of-Home (OOH) ในครั้งนี้ไม่ได้เป็นแค่การ “ตะโกนข่าวฉาวในที่แจ้ง” แต่จงใจเลือกสถานที่ติดตั้งให้สอดรับกับ Insight ของคนในพื้นที่นั้นๆ เป็นการสร้าง Direct Interaction กับ Target Audience ในแต่ละโลเกชั่นได้อย่างตรงจุด

 

Social Amplification เมื่อ OOH กลายเป็นเนื้อหาไวรัล

ด้วยประเด็นระดับ “ทิ้งบอมบ์” ทำให้แมสเซจกลายเป็น “สื่อในตัวเอง” เพราะเนื้อหาชวนให้คนถ่ายรูปไปโพสต์แชร์กันต่อในโลกโซเชียล จนเกิดเป็น User-Generated Content ที่ขยายวงกว้างเป็นเท่าทวีคูณ แถมยังกลายเป็นจักรวาลแห่งการวิพากษ์วิจารณ์ที่สร้าง Engagement ได้อย่างมหาศาล

Key Takeaways สำหรับนักการตลาด

  • กล้าเล่นกับประเด็นจริง – การจับ Real-time Issues มาใช้ในแคมเปญสร้าง Relevance ที่แรง
  • ใช้ Psychological Trigger – การปิดบางส่วนข้อมูลกระตุ้นความอยากรู้มากกว่าการบอกทุกอย่าง
  • OOH ยุคใหม่คือ Social Amplifier – ออกแบบให้คนอยากถ่ายรูปแชร์ เพื่อขยายผลไปยังโลกออนไลน์
  • Context is King – การวางโฆษณาต้องคำนึงถึง Insight ของพื้นที่และกลุ่มเป้าหมาย

แคมเปญนี้พิสูจน์ว่า OOH ที่ดีต้องมาพร้อมกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดและเข้าใจพฤติกรรมคนยุคใหม่ ที่สำคัญคือต้องกล้า “บอกความจริง” ที่สังคมควรตระหนักนำไปสู่การกระตุ้นความคิดบางอย่างในสังคมได้

 

สำหรับ ‘แนนโน๊ะ’ กับจักรวาลใหม่ของเธอจะกลับมาพิพากษาผิดบาปของผู้คนในเนื้อเรื่องเร็วๆ นี้ ความเข้มข้นระดับ 10 เต็ม 10 เริ่มตอนแรก 7 มีนาคมนี้ ทุกวันเสาร์ เวลา 20:30 น. ทางช่องวัน 31 และเวอร์ชั่น UNCUT ที่แอป oneD

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล : marketingoops.com